เลขาธิการอาเซียนที่เข้ามารับไม้ต่อจาก ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ คือ นาย เลอ เลือง มินห์ (Le Luong Minh) จากประเทศเวียดนาม ตามมติในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 21 ที่ประเทศกัมพูชา เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
![]() |
| เลอ เลือง มินห์ (Le Luong Minh) |
เลอ เลือง มินห์ เข้ารับตำแหน่งเป็นเลขาธิการอาเซียนคนที่ 13 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นเวลา 5 ปี ต่อจาก ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งถือเป็นตัวแทนจากประเทศเวียดนามคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้
เลอ เลือง มินห์ เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2495 ปัจจุบันอายุ 60 ปี เป็นชาวเมืองแทงหวาโดยกำเนิด (Thanh Hoa - อยู่ห่างจากฮานอยประมาณ 100 กิโลเมตร) แต่งงานและมีลูกสาว 2 คน นายมินห์ เติบโตมาบนเส้นทางของข้าราชการและก้าวเข้าสู่การเมืองโดยมีความเชี่ยวชาญทางด้านการทูต โดยจบการศึกษาจากสถาบันทางการทูตของเวียดนาม ณ กรุงฮานอยในปี 2517 (Diplomatic Academy of Vietnam in Hanoi) และมหาวิทยาลัยชวาฮาร์ลาล เนห์รู (Jawaharlal Nehru) ณ กรุงนิวเดลีประเทศอินเดีย
เลอ เลือง มินห์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามในปี 2518 และชีวิตข้าราชการเจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับจนกระทั่งในปี 2536 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ถัดมาในปี 2538 เขาก็ได้รับตำแหน่งเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สหพันธรัฐสวิส และเลื่อนเป็นเอกอัครราชทูตและผู้ช่วยผู้อำนวยการผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ สำนักงานใหญ่ ในปี 2540
ในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2542 ถึง ธันวาคม ปี 2545 นายมินห์ ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งรองอธิบดีและรักษาการอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทั่งได้เป็นอธิบดีกรมองค์การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจแบบพหุภาคี ประจำกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม และยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มและผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ พร้อมกับควบตำแหน่งรองอธิบดีกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม
ตั้งแต่ปี 2550 จนกระทั่งสิ้นสุดวาระในเดือนมิถุนายน 2554 การเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนของ เลอ เลือง มินห์ ในครั้งนี้มีความท้าทายหลายอย่างรออยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่อาเซียนกำลังพยายามผลักดันให้เกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ภายในปี 2558 ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นที่ยากพอสมควร เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆภายในประเทศสมาชิกอาเซียนนั้นยังมีอยู่มาก อีกทั้งต้องคอยสร้างความเป็นน้ำใจเดียวกันเพื่อให้เกิดการรวมตัวกันภายใต้ 3 เสาหลัก และยังมีเรื่องข้อพิพาทเขตแดนในทะเลจีนใต้ ซึ่งเวียดนามก็เป็นหนึ่งในคู่กรณีสำคัญที่แย่งชิงเกาะกับจีน
เลอ เลือง มินห์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในฐานะเลขาธิการอาเซียนคนใหม่ว่า “แม้ความท้าทายจะมีมากมาย แต่ผมเชื่อว่าอาเซียนจะประสบชัยชนะได้ สำนักงานเลขาธิการอาเซียนจะยังคงมีบทบาทเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนและประสานงานให้รัฐภาคีสามารถขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ นโยบายทั้ง 3 เสาหลักของเราในด้านการเมือง/ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม/วัฒนธรรมจะได้รับการพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก โดยประเด็นหลักๆ ที่เราให้ความสำคัญอันดับต้นๆ คือ การพัฒนาความร่วมมือทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาคงานของเลขาธิการอาเซียนจะมุ่งเป้าไปตามทิศทางนี้”
หากดูจากประวัติการทำงานข้างต้นจะเห็นว่า เลอ เลือง มินห์ อยู่บนเส้นทางของการเป็นข้าราชการมาทั้งชีวิต ดังนั้นรูปแบบการทำงานคงจะหนีไม่พ้นความเป็นราชการ แต่ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการติดต่อประสานงานกับต่างประเทศทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำหน้าที่ในครั้งนี้ ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า กัปตัน AEC คนใหม่นี้จะขับเคลื่อนอาเซียนไปอย่างไร
โดย พิรุณ ศรีวุฒิชาญ - AEC World - หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น